Retona Supalim ต้นเหตุความอ้วน

Retona Supalim The cool of Health ต้นเหตุความอ้วน

ได้เวลาซ่อมระบบเผาผลาญด้วยธรรมชาติ




ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ cbpmall.com และที่ health.cbpmall.com  #CBPChannelTV 

0 ความคิดเห็น:

Retona Supalim


อาหารเสริมจากประเทศเกาหลี เปิดเคล็ดลับที่จะทำลายน้ำหนกตัว

ทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร สร้างการเผาผลาญให้กลับมา

สมบูรณ์



ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ cbpmall.com และที่ health.cbpmall.com




0 ความคิดเห็น:

เคยคิิดมั๊ยว่า "การดื่มน้ำ" ก็ต้องมีเทคนิค




ดื่มน้ำเยอะ ทำไมยังป่วย
ปริมาณน้ำที่ดื่มควรให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัว อาศัยความสมดุลของ ดิน น้ำ ลม ไฟ สูตรการดื่มน้ำก็คือ ให้เอาน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม คูณด้วย 2.2 เอาผลลัพธ์มาหาร 2 แล้วคูณด้วย 30 ก็จะได้ปริมาณน้ำ หน่วยเป็นมิลลิลิตรที่ควรดื่ม เช่น คนที่มีน้ำหนัก 60 กก. (60x2.2x30)/2 = 1980 มิลลิลิตร หรือเท่ากับ 2 ลิตร เทียบได้ว่า 1 ลิตรเท่ากับน้ำ 5 แก้ว ดังนั้นต้องดื่มน้ำประมาณ 10 แก้วต่อวัน ร่างกายคนเราประกอบด้วยน้ำเกือบ 70% ในเลือดประกอบด้วยน้ำ 90% จึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอ มิฉะนั้นเลือดจะข้นจะหนืด การไหลเวียนก็ไม่ดี ไม่สะดวก อุดตันอยู่ในเส้นเลือด

ดื่มตอนไหน
ตอนเช้าก่อนแปรงฟัน ให้ดื่มน้ำสัก 2-5 แก้ว เพื่อเป็นการชำระของเสีย โดยการเอาอุจจาระ ปัสสาวะออก เหตุที่ดื่มก่อนแปรงฟัน เพราะว่าจะได้เว้นระยะ จากการทานอาหารเช้าให้มากๆ จะทำให้อาหารได้ย่อยเสียก่อน จะได้อุจจาระ ปัสสาวะก่อนออกไปทำงาน น้ำส่วนที่เหลือ ให้ทยอยดื่มบ่อยๆ ครั้งละ 2-3 อึก หรือไม่เกินครึ่งแก้วต่อครั้ง อย่ารอให้หิวและอย่าดื่มทีละมากๆ เพราะน้ำจะไหลลงอย่างรวดเร็ว ลำไส้ดูดซึมไม่ทัน แถมไตยังต้องทำงานหนัก ในการขับออกเป็นปัสสาวะอีก ช่วงเวลา 15 นาทีก่อนอาหาร ระหว่างรับประทานอาหาร หลังอาหารหรืออิ่มใหม่ๆ อย่าดื่มน้ำมาำก ควรดื่มไม่เกิน 1 แก้ว เพื่อมิให้น้ำนั้นเข้าำไปดับ "ไฟสำหรับย่อยอาหาร" ที่กระเพาะ ทานเสร็จแล้ว 40 นาที จึงค่อยดื่มน้ำต่อไป ช่วงก่อนนอนก็เป็นอีกช่วง ที่ไม่ควรดื่มน้ำมากนัก เพราะเวลานี้ไตต้องการการพักผ่อน

ดื่มน้ำอะไร
น้ำเย็นก็ไม่ควรดื่ม น้ำต้มสุกก็ไม่ดี น้ำต้มสุกเป็นน้ำที่ตายแล้ว แร่ธาตุก็พากันตกตะกอนหมด ดื่มน้ำที่กรองแล้วก็พอ หรือดื่มน้ำอุ่นก็จะดีมาก เพราะอุณหภูมิใกล้เคียงกับร่างกาย ทำให้สามารถดูดซึมน้ำได้ดี
ที่มา  www.bloggang.com
ภาพ www.tigertemple.org

0 ความคิดเห็น:

เปิดความลับสูตร ดีท็อกเฉพาะกิจ 10 วันฉบับเกาหลี

Ratona Supalim DETOX-4 ร่วมภาระกิจปฎิบัติการกับ น้ำแร่คุณภาพ Waters http://cbpworld.com/news_detail-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4




0 ความคิดเห็น:

DECODING LIFE แคมป์สุขภาพ กับ Ratona Supalim

DECODING LIFE แคมป์สุขภาพ
ด้วย C O N C E P T Health & Entertainment
ให้คุณหลุดจากชีวิตจริงสู่การพักผ่อนที่คุ­้มค่า ด้วยกลวิธีการใช้ชีวิต ให้มีความสุขได้ ทั้งร่างกายและจิตใจ ด้วยการถอดรหัส ปลดสลักชีวิตเดิมๆที่เหนื่อยล้าเสี่ยงการเ­จ็บป่วย มาสู่การผ่อนคลาย พูดคุยกับผู้รู้ สนทนากับผู้มีประสบการณ์
ได้บำบัดกับแพทย์ผู้ชำนาญ สร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะจากศิลปินดารา นักแสดง เพื่อให้ทุกคนได้กลับไปดูแลตัวเอง ให้มีคุณภาพจิต คุณภาพกาย
ที่อยู่เหนือโรคภัย
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ health.cbpmall.com



0 ความคิดเห็น:

เรโตน่า ซูปาลิม

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แอคทีฟ คอมเพล็ก เอนไซม์ที่สกัดจากพืชปราศจากสารเคมี"
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ health.cbpmall.com


0 ความคิดเห็น:

C.B.P Worldเปิดนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ&ความงาม “เรโตนา ซูปาลิม”


ซี.บี.พี เวิลด์ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับผู้ที่รักสุขภาพ แบบคิดนอกกรอบ กับกลยุทธ์ Change Attitude (เชนจ์ แอตติจูด) หลังธุรกิจประสบความสำเร็จสร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มลูกค้าและพันธมิตรต่อเนื่องยาวนาน
 โดยในปี 2557 ถือเป็นฤกษ์ดี สู่ปี ที่ 28 ที่จะมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำสินค้าคุณภาพในประเทศเกาหลีสู่ประเทศไทย  พร้อมขยายฐานตลาดสุขภาพให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “Retona Supalim” (เรโตนา ซูปาลิม)
โดยตั้งเป้าฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น 10,000 ราย ภายในครึ่งปีแรก หลังผุดแคมเปญ “Weight  Watcher” (เวท วอชเชอร์) “ปฏิบัติการจับตาท้าน้ำหนัก”  ข้ามประเทศ ครั้งแรกผ่าน Social Reality on Smart phone โดยทั้งนี้ นายจงสงวน เลิศธนสาร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซี.บี.พี เวิลด์ จำกัด เผยว่าถึงความสำเร็จและกลยุทธ์การตลาดของ ซี.บี.พี เวิลด์ ครั้งนี้ว่า
“บริษัท ซี.บี.พี เวิลด์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ปี พ.ศ. 2529 มีเป้าหมายทำธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่สนใจดูแลสุขภาพอย่างมีคุณค่า ตามเป้าหมายในการมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มลูกค้าและพันธมิตรต่อเนื่อง ต่อยอดสโลแกน “ให้ ซี.บี.พี ดูแลหัวใจคุณ” (Let C.B.P look after Your Heart) โดยเน้นปัจจัยคุณภาพของสินค้าเป็นหัวใจสำคัญในการส่งต่อความสุขให้กับลูกค้า ทำให้ประสบความสำเร็จยาวนานถึง 27 ปี และในปี พ.ศ. 2557 บริษัท ซี.บี.พี เวิลด์ จำกัด เตรียมรุกก้าวสู่ปีที่ 28 อย่างมีมั่นใจ ด้วยศักยภาพและเสถียรภาพภายใต้กลยุทธ์ Change Attitude (เชนจ์ แอตติจูด)ที่สร้างความเชื่อมั่น ในการสร้างสรรค์และการปรับเปลี่ยนทัศนคติในการทำธุรกิจเพื่อตอบโจทย์กับยุคสมัย ในการให้ความสำคัญกับการเข้าถึงใจลูกค้ามากขึ้น ทั้งนี้จึงได้เซ็นสัญญาธุรกิจฉบับใหม่ กับ บริษัท ฟาร์วิส จำกัด บริษัทยักษ์ใหญ่ในเกาหลีใต้ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตแบบคุ้มค่ามากขึ้น พร้อมบริษัท ซี.บี.พี เวิลด์ จำกัด ยังได้ขยายต่อธุรกิจในฐานะตัวแทนในการพลิกกลยุทธ์การตลาดในภาคพื้นอาเซียนอีกด้วย
โดยตั้งเป้ายอดขายในปี 2557จะมีฐานลูกค้าพุ่งสูงขึ้นกว่า 10,000 ราย ภายในครึ่งปีแรก
กว่า 1,000,000,000 ล้าน คาดว่าจะสามารถขยายฐานและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่ม Segment ของผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพในกลุ่มต่างๆ ได้มากขึ้นกับการใช้สื่อเรียลลิตี้ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้า ถือเป็นครั้งแรกของโลกในการเป็นผู้นำด้าน Social reality on Smart Phone ที่สามารถให้ผู้ชมได้ติดตาม “ปฏิบัติการจับตาท้าน้ำหนัก” Weight Watcher (เวท วอชเชอร์) ข้ามประเทศเป็นครั้งแรกในโลกแบบเรียลลิตี้
โดยทางเราจะเปิดโอกาสรับสมัครคนที่สนใจอยาก เปลี่ยนทัศนคติ (Change Attitude) เปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อให้เกิดมุมมองที่ดีในการใช้ชีวิต ครั้งแรกเราจำเพาะเจาะจงของคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานที่ต้องการพิสูจน์ตัวเอง โดยการใช้วิธีของ “เรโตนา ซูปาลิม” ในการดูแลตัวเองทั้งภายในและภายนอก เข้าร่วมกิจกรรมเรียลลิตี้ข้ามประเทศ “ปฏิบัติการจับตาท้าน้ำหนัก”  Weight Watcher (เวท วอชเชอร์) ผู้ชนะ เพียง 1 คน ที่ลดน้ำหนักได้มากที่สุด รับ 1 กิโล 1 แสนบาท และเป้าหมายสุดท้าย รับ 2 ล้านบาท เมื่อลดได้ 10 กิโล และ 1 แสนไลค์ (เศษของกิโล ไม่นำมาคำนวณ) รางวัลพิเศษ! หากใครคุม หัวใจคนทั้งประเทศ ด้วยยอดไลค์ สูงสุด รับ Fast Track (ฟาสต์แทร็ค) เป็นหนึ่งในผู้ร่วมแข่งขัน Weight Watcher Season 2 เชื่อมั่นว่าเรียลลิตี้นี้จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีแน่นอนครับ” นายจงสงวน กล่าว
 
ด้าน มร. ซันนี่ คิม ประธานกรรมการ บริษัท ฟาร์วิส จำกัด (ประเทศเกาหลีใต้) กล่าวถึงความเชื่อมั่นในการจับมือร่วมธุรกิจกับ บริษัท ซี.บี.พี เวิลด์ จำกัด ครั้งนี้ว่า...“ฟาร์วิส เป็นบริษัทที่มุ่งเน้นการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รวมถึงยาต่างๆ  ที่มีประสบการณ์ต่อเนื่องยาวนาน ได้รับความไว้วางใจจากคนเกาหลีและลูกค้าทั่วโลก ด้านคุณภาพของทุกผลิตภัณฑ์ที่เราตั้งใจคัดสรรเพื่อผู้บริโภค  เราจึงให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนการผลิต , ทีมวิจัยและค้นคว้า เพื่อเป้าหมายสำคัญคือการมอบความเชื่อมั่น ความไว้วางใจให้เราคัดสรรและดูแลผลิตภัณฑ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค เช่นเดียวกันทางฟาร์วิส ก็มีความเชื่อมั่น ในการทำธุรกิจร่วมกับ บริษัท ซี.บี.พี เวิลด์ ในฐานะคู่ค้า พันธมิตร ตลอดต่อเนื่อง ด้วยความจริงใจ และการมุ่งมั่นพัฒนาสิ่งดีๆ ให้กับสังคมคิดบวกเพิ่มขึ้น ตรงกับคอนเซ็ปต์ Change Attitude การเปลี่ยนทัศนคติที่ดี เพื่อสิ่งที่ดี ร่วมกันกับทาง คุณจงสงวน บริษัท ซี.บี.พี เวิลด์ จำกัดครับ ขอบคุณครับ”มร. ซันนี่ คิม กล่าว 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ health.cbpmall.com

0 ความคิดเห็น:

RETONA SUPALIM D4


RETONA SUPALIM D4 (DETOX-4)
เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่โดดเด่นที่สุด
ความสำเร็จของประเทศเกาหลี กับการดีท็อคซ์ ลำไส้
ปรับสมดุลแบคทีเรีย เพิ่มจำนวน แบคทีเรียดี ลดจำนวนแบคทีเรียเลว กำจัดของเสียตกค้างออกจากผนังลำไส้เล็ก
ทำให้ระบบเผาผลาญ และการขับถ่าย กลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิม

Retona Supalim
The Cool of Health
ได้เวลา ภาระกิจ ซ่อม ระบบเผาผลาญ ด้วยธรรมชาติ
ทุกวันนี้ผู้คนมากมายใช้ชีวิตฝืนกฎธรรมชาติ
ทำให้เลือดไม่สะอาด เลือดข้น การไหลเวียนไม่ดี ตับสะสมไขมัน สิ่งแปลกปลอมและสารพิษ ร่างการเสียสมดุล นำไปสู่ “ความผิดปกติของระบบเผาผลาญอาหาร” (Metabolic Syndrome) โดยไม่รู้ตัว
กาแพทย์ทางเลือกในเกาหลีใต้ใช้ “Active Complex Enzymes” ในการล้างพิษและรักษาโรค กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และได้รับความนิยมอย่างมากจากทั้งชาวเกาหลีใต้และชาวต่างชาติ สามารถช่วยผู้
ป่วยนับแสนคนหายจาก โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ความผิดปกติของระบบเผาผลาญอาหาร โรครูมาตอยด์ โรคสะเก็ดเงิน โรคภูมิแพ้ โรคมะเร็ง โรคที่เกิดจากความไม่สมดุลย์ของร่างกาย
เอนไซม์ (Enzymes) คือ โปรตีน ที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อทุกปฏิกิริยาของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น การหายใจ การย่อยอาหาร การคิดการเจริญเติบโต หรือแม้แต่การนอนสามารถจำแนก
ประโยชน์ของเอนไซม์
1. ย่อยอาหารและดูดซึมอาหารที่เรากินเข้าไป ทำให้ร่างกายได้อาหารที่มีคุณค่า
2. เร่งปฏิกิริยาเคมีเพื่อการเผาผลาญสารอาหารและสร้างพลังงาน
3. เพิ่มความแข็งแรงให้เซลล์ในร่างกาย
4. สร้างภูมิต้านทาน สร้างความเจริญเติบโต สร้างความแข็งแรงให้กระดูก และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของอวัยวะต่างๆ
5. กำจัดสารพิษ ของเสีย เซลล์แก่ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับ
6. ปรับสมดุลคลอเรสเตอรอล ทำความสะอาดเลือด และป้องกันการอุดตันของเส้นเลือด
7. รักษาสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้เล็ก
8. ลดอาการอักเสบ
การลดลงของเอนไซม์เกิดจาก
รับประทานอาหารแปรรูป อาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารที่ผ่านการปรุงสุก อาหารเทียม เช่น สีผสมอาหาร วัตถุกันเสีย สารปรุงแต่งอาหาร ความเครียด ยาฆ่าแมลงสารพิษ มลภาวะ
เมื่อเอนไซม์ในร่างกายลดลง
ร่างกายไม่สามารถกำจัดของเสียและสารพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบภูมิคุ้มกันต่ำ เซลล์อ่อนแอลง นำไปสู่โรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมของร่างกาย โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคภูมิแพ้ โรคภูมิเพี้ยน โรคที่เกิดจากความไม่สมดุลของร่างกาย การย่อยอาหารและการดูดซึมอาหารไม่สมดุล ทำให้น้ำหนักขึ้นและนำไปสู่โรคอ้วน
เรโตน่า ซูปาลิม ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม แอคทีฟ คอมเพล็ก เอนไซม์ ที่สกัดจากพืช ปราศจากสารเคมี
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ health.cbpmall.com

0 ความคิดเห็น:

ดื่มน้ำเมื่อท้องว่าง ดีอย่างไร


การดื่มน้ำเมื่อท้องว่างผ่านกระเพาะเพื่อรักษา สุขภาพที่ดีนั้น ปัจจุบันนี้กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น ทุก ๆ เช้าชาวญี่ปุ่นจะดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอนตอนเช้า(ก่อนแปรงฟัน) 1 แก้ว เพื่อการรักษาสุขภาพที่ดีของตนเอง
ได้เคยมีการทดลองทางวิทยาศาสตร์จากหลากหลายสถาบันพบว่า

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ health.cbpmall.com และwww.facebook.com/cbphealth 

0 ความคิดเห็น:

ฝักบัวเพื่อสุขภาพ | วอเตอร์ส เทอราพี ชาวเวอร์

WATERS THERAPY SHOWER HEAD วอเตอร์ส เทอราพี ชาวเวอร์

นวัตกรรมใหม่ของแผ่นไทเทเนียมที่นำมาทำเป็­นรูน้ำออกของฝักบัวให้อิออนประจุลบมากกว่า­อากาศที่อยู่ในป่าทำให้คุณรู้สึก เหมือนเดินอยู่ท่ามกลางป่าไม้ ในบ้านคุณ

หน้าที่การทำงานของหัว ฝักบัววอเตอร์ส เทอราพี ชาวเวอร์
1.ผลของอิออนประจุลบ
นวัตกรรมใหม่ของแผ่นไทเทเนียมที่นำมาทำเป็­นรูน้ำออกของฝักบัวให้อิออนประจุลบมากกว่า­อากาศที่อยู่ในป่าทำให้คุณรู้สึก เหมือนเดินอยู่ท่ามกลางป่าไม้ ในบ้านคุณ

2.กำจัดสิ่งสกปรกเล็กๆ และความไม่บริสุทธิ์ ที่เจือปน
แผ่นใยกรองพิเศษ จะปกป้องผิวพรรณของคุณด้วยการกรองสิ่งสกปร­ก เล็กๆ เช่นเศษหิน ปูน หรือสนิม ทำให้คุณได้อาบน้ำที่สะอาดบริสุทธิ์

3.พลังน้ำที่แรงแบบการนวด
เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ที่มีอยู่ในหัวฝักบัว สามารถพ่นน้ำได้แรงแต่นุ่มทำให้คุณสัมผัสไ­ด้ถึงการนวดด้วยน้ำที่นุ่มสบาย

4.ประหยัดน้ำ และเพิ่มคุณสมบัติแรงดันน้ำ
ออกแบบพิเศษเพื่อการประหยัดน้ำสามารถประหย­ัดน้ำได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับหัวฝักบัวทั่วไป และสามารถเพิ่มแรงดันน้ำให้พลังน้ำที่พ่นแ­รง แต่นุ่มแม้ว่าแรงดันน้ำที่บ้านคุณจะเบาก็ต­าม




ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่  health.cbpmall.com และ www.facebook.com/cbphealth สนใจคลิ้กเลย

0 ความคิดเห็น:

ดื่มน้ำตอนไหน เวิร์กสุด



การดื่มน้ำ นอกจากจะทําให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสแล้ว ยังทําให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายทํางานได้ดีอีกด้วยนะ เลยอยากจะขอแนะนําเทคนิคดีๆ ในการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพมาฝากกัน
ในทุกๆ วัน ร่างกายจะต้องสูญเสียน้ำผ่านทางการหายใจและการขับถ่าย จึงเป็นสิ่งที่จําเป็นมากที่จะต้องรับน้ำเข้าไปเพื่อทดแทนส่วนที่เสียไป และโดยปกติเราจะเสียน้ำจากการปัสสาวะเฉลี่ยวันละประมาณ 1.5 ลิตร และอีกเกือบถึง 1 ลิตรสำหรับ การหายใจและเหงื่อ ซึ่งถ้าคุณดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร (ประมาณ 8 แก้ว) ก็จะช่วยทดแทนการสูญเสียน้ำในส่วนนี้ได้ค่ะ แต่สําหรับปริมาณน้ำที่ควรดื่มให้ได้ภายใน 1 วันเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเองแล้ว ถ้าเป็นหนุ่มๆ ควรดื่มให้ได้วันละ 3 ลิตร (ประมาณ 13 แก้ว) ส่วนสาวๆ วันละ 2.2 ลิตร (ประมาณ 9 แก้ว) ก็โอ.เค.แล้วค่ะ สําหรับสาวๆ สปอร์ตี้เกิร์ล จะต้องดื่มน้ำในปริมาณที่เยอะกว่าคนปกตินะคะ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของกิจกรรมที่ทําด้วย ถ้าคุณออกกําลังกายในช่วงสั้นๆ ก็ควรจะดื่มน้ำเพิ่มเข้าไปครั้งละ 1-2 แก้วหลังจากออกกําลังกายแล้ว แต่ถ้าเป็นช่วงยาวๆ ละก็เพิ่มขึ้นอีกสัก 2-3 แก้วก็ น่าจะเพียงพอแล้ว
ดื่มตอนไหน เวิร์กสุดๆ
     การดื่มน้ำก็ต้องมีเวลาดื่มด้วยน่ะคะ ถึงจะได้ประโยชน์สูงสุด คุณควรจะดื่มในช่วง
     - ตื่นนอนตอนเช้า 1 แก้ว (400 ซี.ซี.) เพราะเป็นช่วงที่มีความเข้มข้นของเลือดสูง เลือดจะมีลักษณะขาดน้ำ
     - ตอนสายๆ 2 แก้ว (เวลาประมาณ 9 โมงถึง 10 โมงเช้า) ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีของเสียเกิดขึ้น เพราะร่างกายได้ทํางานไประยะหนึ่งแล้ว ฉะนั้น จึงควรดื่มน้ำเพื่อมาชําระของเสียเหล่านั้นออกไป
     - ตอนบ่ายๆ 3 แก้ว (เวลาประมาณบ่ายโมงถึงบ่ายสอง)
     - ก่อนนอนให้ดื่มน้ำอีก 1 แก้ว เพื่อให้น้ำที่ดื่มไหลเวียนชะล้างสิ่งตกค้างในลําไส้และกระเพาะอาหาร และยิ่งถ้าเป็นน้ำอุ่นด้วยแล้วจะยิ่งช่วยให้หลับสบายยิ่งขึ้น
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ health.cbpmall.com  และ  www.facebook.com/cbphealth 

ข้อมูลจาก : Woman Plus

0 ความคิดเห็น:

หน้าใส เริ่มได้จากการล้างหน้า


สำหรับสาวๆ ที่ต้องแต่งหน้าเป็นประจำสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เรายังคงมีผิวสวยใสห่างไกลสิวคือ การล้างเครื่องสำอางให้สะอาด อย่างถูกวิธีด้วยผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางที่เหมาะกับสภาพผิว และขั้นตอนการทำความสะอาดที่ถูกต้อง ซึ่งสาวหลายๆ คนมีคำถามว่าควรจะเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางชนิดไหนให้เหมาะกับสภาพผิว และต้องใช้อย่างไรถึงจะถูกวิธี วันนี้เรามีคำตอบจากนิตยสาร Marie Claire มาฝากกัน
แบบเนื้อครีม วิธีใช้คือ นวดลงบนใบหน้าขณะที่แห้งอยู่ แล้วใช้กระดาษหรือสำลีเช็ดออก ซึ่งเมกอัพมีมูฟเวอร์แบบเนื้อครีมเหมาะสำหรับคนที่มีผิวหน้าแห้ง เพราะข้อดีของแบบเนื้อครีมจะช่วยในเรื่องของการให้ความชุ่มชื้น ล้างเครื่องสำอางออกได้ดี ส่วนข้อเสียที่ต้องระวังคือ หากใช้กระดาษหรรือสำลีที่ไม่มีคุณภาพ จะทำให้ใบหน้าเกิดริ้วรอยได้ง่าย
แบบโลชั่นน้ำนม วิธีใช้คือ จะต้องเทลงบนสำลีแล้วค่อยๆ เช็ดเครื่องสำอางออกอย่างเบามือ เหมาะสำหรับคนที่มีผิวธรรมดาไปจนถึงแห้ง ซึ่งข้อที่ต้องควรระวังก็คล้ายกับแบบเนื้อครีม คือ ห้ามใช้สำลีถูแรงเกินไป
แบบน้ำมัน ลักษณะเป็นน้ำมันใสที่ใช้นวดลงบนหน้าที่แห้งอยู่ จากนั้นแตะน้ำเล็กน้อยมานวดบนผิวหน้า น้ำมันก็จะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นน้ำนมล้างออกด้วยน้ำจนสะอาดโดยไม่ต้องใช้กระดาษหรือสำลีเช็ด แต่ต้องล้างออกให้หมด ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว
แบบน้ำใส วิธีใช้คือ เทเมกอัพรีมูฟเวอร์ลงบนสำลีแล้วเช็ดเครื่องสำอางออกขณะหน้ายังแห้ง ซึ่งบางยี่ห้ออาจจะไม่ต้องล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าซ้ำอีก ถือเป็นอีกชนิดที่ใช้ง่ายแภมรู้สึกได้ว่าไม่มีความมันตกค้างอยู่
แบบกระดาษหรือผ้า เหมาะสำหรับใช้ยามเร่งด่วน ลักษณะเป็นกระดาษหรือผ้าเปียดที่เคลือบผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางเอาไว้ แต่จะไม่สามารถล้างเครื่องสำอางชนิดกันน้ำออกได้หมด

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ health.cbpmall.com  และ  www.facebook.com/cbphealth  


ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ Monday 2 Friday ฉบับวันที่ 9 สิงหาคม 2555

0 ความคิดเห็น:

Retona Supalim



The Cool of Health
ได้เวลา ภาระกิจ ซ่อม ระบบเผาผลาญ ด้วยธรรมชาติ
ทุกวันนี้ผู้คนมากมายใช้ชีวิตฝืนกฎธรรมชาติ
ทำให้เลือดไม่สะอาด เลือดข้น การไหลเวียนไม่ดี ตับสะสมไขมัน สิ่งแปลกปลอมและสารพิษ ร่างการเสียสมดุล นำไปสู่ “ความผิดปกติของระบบเผาผลาญอาหาร” (Metabolic Syndrome) โดยไม่รู้ตัว
กาแพทย์ทางเลือกในเกาหลีใต้ใช้ “Active Complex Enzymes” ในการล้างพิษและรักษาโรค กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และได้รับความนิยมอย่างมากจากทั้งชาวเกาหลีใต้และชาวต่างชาติ สามารถช่วยผู้
ป่วยนับแสนคนหายจาก โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ความผิดปกติของระบบเผาผลาญอาหาร โรครูมาตอยด์ โรคสะเก็ดเงิน โรคภูมิแพ้ โรคมะเร็ง โรคที่เกิดจากความไม่สมดุลย์ของร่างกาย
เอนไซม์ (Enzymes) คือ โปรตีน ที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อทุกปฏิกิริยาของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น การหายใจ การย่อยอาหาร การคิดการเจริญเติบโต หรือแม้แต่การนอนสามารถจำแนก
ประโยชน์ของเอนไซม์
1. ย่อยอาหารและดูดซึมอาหารที่เรากินเข้าไป ทำให้ร่างกายได้อาหารที่มีคุณค่า
2. เร่งปฏิกิริยาเคมีเพื่อการเผาผลาญสารอาหารและสร้างพลังงาน
3. เพิ่มความแข็งแรงให้เซลล์ในร่างกาย
4. สร้างภูมิต้านทาน สร้างความเจริญเติบโต สร้างความแข็งแรงให้กระดูก และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของอวัยวะต่างๆ
5. กำจัดสารพิษ ของเสีย เซลล์แก่ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับ
6. ปรับสมดุลคลอเรสเตอรอล ทำความสะอาดเลือด และป้องกันการอุดตันของเส้นเลือด
7. รักษาสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้เล็ก
8. ลดอาการอักเสบ
การลดลงของเอนไซม์เกิดจาก
รับประทานอาหารแปรรูป อาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารที่ผ่านการปรุงสุก อาหารเทียม เช่น สีผสมอาหาร วัตถุกันเสีย สารปรุงแต่งอาหาร ความเครียด ยาฆ่าแมลงสารพิษ มลภาวะ
เมื่อเอนไซม์ในร่างกายลดลง
ร่างกายไม่สามารถกำจัดของเสียและสารพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบภูมิคุ้มกันต่ำ เซลล์อ่อนแอลง นำไปสู่โรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมของร่างกาย โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคภูมิแพ้ โรคภูมิเพี้ยน โรคที่เกิดจากความไม่สมดุลของร่างกาย การย่อยอาหารและการดูดซึมอาหารไม่สมดุล ทำให้น้ำหนักขึ้นและนำไปสู่โรคอ้วน
เรโตน่า ซูปาลิม ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม แอคทีฟ คอมเพล็ก เอนไซม์ ที่สกัดจากพืช ปราศจากสารเคมี
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ health.cbpmall.com  และ  www.facebook.com/cbphealth  สนใจคลิ้กเลย

0 ความคิดเห็น:

ล้างพิษง่ายๆ ด้วยน้ำแร่ธรรมชาติ




สำหรับการล้างพิษนั้นสามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่เป็นธรรมชาติที่สุดและสามารถทำได้ด้วยตัวเองก็คือการล้างพิษด้วยการดื่มน้ำ เราทราบกันดีแล้วว่า น้ำเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายสามารถฟื้นคืนสภาพและปรับกลไกการทำงานของระบบสู่สภาวะปกติ โดยดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วต่อวัน ที่สำคัญควรจะเลือกดื่มน้ำแร่ที่คงความบริสุทธิ์จากธรรมชาติเพื่อให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 

          การล้างพิษน้ำด้วยแร่ธรรมชาติ 5 ขั้นตอนง่ายๆ ดังต่อไปนี้ 
          1. ให้ความชุ่มชื่นแก่ร่างกายดื่มน้ำให้มากๆ อย่างน้อยวันละ 1.5 ลิตร เพราะจะช่วยทำความสะอาดระบบภายในร่างกายและขับออกสู่ภายนอก เลือกดื่มน้ำแร่ธรรมชาติเอเวียงจะทำให้ร่างกายได้รับคุณประโยชน์สูงสุดเพราะเป็นน้ำแร่บริสุทธิ์ที่ผ่านการกลั่นกรองจากชั้นหินที่อุดมด้วยแร่ธาตุในเทือกเขาแอลป์ ทำให้ร่างกายและจิตใจรู้สึกสดใสอ่อนเยาว์ ช่วยฟื้นฟูร่างกายได้เร็วขึ้น 
          
2. เปลี่ยนนิสัยการรับประทานรับประทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเลือกแต่อาหารธรรมชาติที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป และกำจัดอาหารขยะออกไปจากชีวิต เพราะอาหารขยะมีสารเคมีและวัตถุกันเสียที่ร่างกายไม่ต้องการ อีกทั้งยังไม่มีคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย แคลอรีที่ร่างกายได้รับจึงเป็นแคลอรีไร้ประโยชน์ 
          
3. นอนหลับเพื่อความงามนอนหลับให้ได้ 6-8 ชั่วโมงในแต่ละคืน เพราะเป็นโอกาสที่ร่างกายจะได้พักผ่อนและได้รับการฟื้นฟู พยายามอย่านอนดึก และอย่าลืมดื่มน้ำแร่ธรรมชาติเอเวียงก่อนเข้านอน และดื่มอีกครั้งแก้วใหญ่ๆ เต็มๆ สักแก้วเมื่อเริ่มต้นเช้าวันใหม่ 
          
4. ฟิตร่างกายการออกกำลังจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และช่วยรักษารูปร่าง ออกกำลังกายแต่พอดี อย่าหักโหมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่คุณกำลังล้างพิษ และควรดื่มน้ำแร่ธรรมชาติเอเวียงก่อนและดื่มเป็นระยะๆ ตลอดการออกกำลังกาย 
          
5. ปลุกความสดใสให้ผิวพรรณเมื่อไรก็ตามที่คุณละเลยการดูแลตัวเอง ผิวของคุณก็จะฟ้อง การล้างพิษจะช่วยให้ของคุณกลับมาเปล่งปลั่งสดใสดังเดิม ใช้สเปรย์น้ำแร่พ่นเบาๆ ให้ทั่วผิวหน้าจะช่วยเพิ่มความสดใสมีชีวิตชีวาและยังช่วยให้เครื่องสำอางของคุณติดทนนานตลอดวัน 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่   health.cbpmall.com และ www.facebook.com/cbphealth  สนใจคลิ้กเลย

0 ความคิดเห็น:

เรโตน่า ซูปาลิม


 ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม แอฟทีฟ คอมเพล็ก เอนไซม์ ที่สกัดจากพืช ปราศจากสารเคมี


ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ health.cbpmall.com และที่  
www.facebook.com/cbphealth สนใจคลิ้กเลย 

0 ความคิดเห็น:

น้ำดำรงอยู่ได้โดยไม่ต้องอาศัยมนนุษย์ แต่มนุษย์อยู่ได้ต้องอาศัยน้ำ


ความสำคัญของน้ำ ที่มีต่อร่างกายมนุษย์

>> ปรับระดับอุณหภูมิของร่างกาย
>> ช่วยปรับความเป็นด่างในร่างกาย
>> ช่วยระบบการย่อยอาหาร
>> นำพาสารอาหารต่างๆ ไปสู่เซลล์
>> ช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย
>> ช่วยหล่อลื่นตามข้อต่อต่างๆ
>> หล่อเลี้ยงการเคลื่อนไหวลูกตา
>> ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื่นตลอดเวลา

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่   health.cbpmall.com และ www.facebook.com/cbphealth  สนใจคลิ้กเลย

0 ความคิดเห็น:

น้ำแร่และน้ำเปล่าแตกต่างกันอย่างไร



น้ำเปล่า เป็นน้ำที่บริสุทธิ์ ไม่มีสารอาหารใดๆ เป็นโมเลกุลที่มีขั้ว ประกอบไปด้วยไฮโดรเจน 2 อะตอม
และออกซิเจน 1 อะตอมยึดเหนี่ยวกันด้วยพันธะไฮโดรเจน  น้ำเป็นตัวทำละลายที่ดีมากๆ และร่างกายสามารถดูดซึ่ม
ได้รวดเร็วและดีที่สุดเมื่อเทียบกับน้ำชนิดอื่นๆ
     น้ำแร่ เป็นน้ำที่อยู่ใต้ดินซึ่งประกอบไปด้วยสารอาหารมากมาย แต่แร่ธาตุจะมากหรือจะน้อยขึ้นอยู่กับแหล่งที่เกิดทางธรณีวิทยา เช่น
ถ้าเกิดในบริเวณชั้นหินที่มีอายุเยอะแล้วจะมีความอุดมสมบูรณืของแร่ธาตุดีมาก แต่สารอาหารในน้ำแร่ ก็มีทั้งที่ดีและไม่ดีกับร่างกาย
สารอาหารที่ดีต่อร่างกายในน้ำแร่ก็อย่างเช่น เกลือซัลเฟต ช่วยในการขับถ่าย , ฟลูออไรด์ , แคลเซียม , โพแทสเซี่ยม
ช่วยในกระบวนการเมทาบอลิซึ่ม , โซเดียม  ช่วยรักษาสมดุลน้ำในร่างกาย เป็นต้นและน้ำแร่แบ่งได้อีกหลายชนิด
ตามแหล่งที่เกิดและสรรพคุณที่ช่วยในการรักษาโรค ส่วนสารอาหารที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น สารหนู โครเมียม
ไซยาไนด์ โมลิบดินัม แวนาเดียม เป็นต้น
     สิ่งที่เหมือนกันระหว่างน้ำแร่และน้ำเปล่า คือ เป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการเพื่อนนำน้ำไปใช้ในกระบวรการต่างๆของร่างกาย เช่น
ขับของเสียออกจากร่างกาย
     สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างน้ำแร่และน้ำเปล่า      ความแตกต่างระหว่างน้ำแร่และน้ำเปล่า
จะต่างกันที่น้ำแร่มีแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการมากกว่าน้ำเปล่าเท่านั้นเอง แต่แร่ธาตุเหล่านี้
เราจะได้รับอยู่แล้วในทุกๆ วัน ซึ่งได้จากการรับประทานอาหาร ถ้าร่างกายได้รับแร่ธาตุมากเกินไป
ก็จะถูกขับออกมาในรูปของของเสีย ทำให้ดื่มไปก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรขึ้นมาสำหรับท่านใดที่ดื่มน้ำแร่แทนน้ำเปล่าก็ลองพิจรณากันดูอีกทีนะ
เพราะราคาที่แพงกว่าแต่คุณค่ามีเท่าๆกัน
     ข้อเสียสำหรับผู้ที่ไม่ชอบดื่มน้ำหรือน้ำเปล่า      โดยการเลือกดื่ม น้ำหวาน น้ำอัดลม หรือ กาฟแทน
หรือบางท่านอาจดื่มเฉพาะเวลาที่รู้สึกกระหายน้ำเท่านั้น ขอบอกว่าให้เลิกพฤติกรรมนี้ซะ
เพราะว่าเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกานจะไปกระไปด้วยน้ำ ถ้าคุณไม่ดื่มน้ำหรือดื่มแต่น้ำหวาน
จะส่งผลให้เซลล์ในร่างกายเหี่ยว ร่างกายเข้าสู่ภาวะขาดน้ำ สุขภาพย่ำแย่ ไม่มีสมาธิเพราะสมองขาดน้ำ
รู้สึกเหนื่อยและหงุดหงิดง่าย อาจเกิดการตกผลึกของเกลือแร่ทำให้เกิดโรคนิ่วในไตได้ง่าย
หัวใจต้องทำงานหนักเป็นอย่างมากเพราะ ในเลือดไม่มีน้ำ แต่กลับมีน้ำตาลอยู่ ทำให้เลือด
เหนี่ยวและข้น ยากต่อการที่จะส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย ปาก คอ ผิวพรรณ แห้ง
มันมีผลเสียมาเลยใช่ไหมค่ะ กับการที่ร่างกายขาดน้ำ สำหรับท่านใดที่ไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า
ก็เริ่มมาดื่มด้วยวิธีการจิ๊บน้ำแทนก่อน จิบบ่อยๆ และค่อยๆเพิ่มปริมาณขึ้นค่ะ และเราก็จะเคยชินกับการดื่มน้ำไปเอง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่   health.cbpmall.com และ www.facebook.com/cbphealth  สนใจคลิ้กเลย 

     ที่มา : px3.org

0 ความคิดเห็น:

มารู้จักน้ำแร่กัน







ในปัจจุบันนี้มีความสนใจในเรื่องน้ำแร่ชนิดต่างๆที่มีผลต่อสุขภาพ 
ซึ่งอาจมีหลายยี่ห้อหลายรูปแบบ แต่ก่อนที่คุณจะเลือกซื้อมาบริโภคนั้น 
อยากให้ได้รับข้อมูลที่น่าจะมีประโยชน์ต่อการเลือกบริโภคน้ำแร่ 
โดยจะนำเสนอประเภทของน้ำแร่ที่แยกตามผลที่มีต่อร่างกายและ
ฤทธิ์ในการบำบัดโรคเป็นเกณฑ์ในการจัดประเภทน้ำแร่ 

ชนิดของน้ำแร่  
     น้ำแร่ไบคาร์บอเนต (Bicarbonate water)
มีปริมาณไบคาร์บอเนต> 600 มิลลิกรัมต่อลิตร ช่วยปรับให้สารคัดหลั่ง
ที่มีฤทธิ์เป็นกรดกลายเป็นกลาง, กระตุ้นการเคลื่อนของอาหารจากกระเพาะ
ไปยังลำไส้เล็กให้เร็วขึ้น, กระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนในกระเพาะอาหาร,
ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำและเหลือแร่ให้แก่ร่างกาย จึงควรดื่มน้ำแร่นี้ 500-700 มิลลิลิตร
ก่อนออกกำลังกายหรือทำงานที่ต้องเสียเหงื่อ เนื่องจากจะช่วยในการลดภาวะเลือดเป็นกรด
ตัวอย่างของน้ำแร่ชนิดนี้ได้แก่ น้ำแร่ยี่ห้อ Volvic, Fiji, Snowy mountain เป็นต้น

     น้ำแร่ซัลเฟต (Sulfate water) มีปริมาณ ซัลเฟต> 200 มิลลิกรัมต่อลิตร
ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ โดยเฉพาะในคนที่ท้องผู้กเรื้อรัง เนื่องจาก น้ำแร่ซัลเฟตมีผลแรงดันออสโมติคและ
ช่วยกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนซีซีเค (CCK) เนื่องจากซัลเฟตมีผลต่อระบบต่อมไร้ท่อ
ตัวอย่างของน้ำแร่ชนิดนี้ได้แก่ น้ำแร่ยี่ห้อ Pi water เป็นต้น

     น้ำแร่ซัลเฟต-ไบคาร์บอเนต (Sulfate-bicarbonate waters)
ใช้รักษาภาวะที่การทำงานของถุงน้ำดีผิดปกติ, นิ่วในถุงน้ำดี, อาการหลังผ่าตัดถุงน้ำดี
     น้ำแร่ซัลเฟอร์, เกลือ-ไอโอดีน, เกลือ-โบรมีน-ไอโอดีน (Sulfurous, salt-iodine,
salt-bromine-iodine waters) มักใช้กับอวัยวะภายนอกร่างกาย เช่น การอาบ
หรืออาจใช้ สูดพ่นทางทางเดินหายใจบ้าง บรรเทาอาการอักเสบของระบบสืบพันธุ์เพศหญิง และบรรเทาอาการทางผิวหนังบางชนิด
     น้ำแร่ซัลเฟอร์และไบคาร์บอเนต (Sulfurous and bicarbonate waters)
ใช้ในการรักษาโรคเบาหวาน โดยจะลดระดับน้ำตาล อาการกระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย
 และช่วยลดความต้องการอินซูลิน นอกจากนี้น้ำแร่ไบคาร์บอเนต ยังช่วยลดภาวะเลือดเป็นกรดในผู้ป่วยเบาหวานได้
     น้ำแร่คลอรีน (น้ำเกลือ) (Chlorinated water (salt water)
มีปริมาณคลอไรด์> 200 มิลลิกรัมต่อลิตร ช่วยในการกระตุ้นการทำงานของลำไส้และการหลั่งสารที่เกี่ยวข้องกับน้ำและอิเล็กโตรไลท์, กระตุ้นการหลั่งน้ำดี, บรรเทาอาการท้องผูก
     น้ำแร่แคลเซียม (calcium water) มีปริมาณแคลเซียม> 150 มิลลิกรัมต่อลิตร น้ำแร่ที่มีแคลเซียมในปริมณมากเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีความต้องการแคลเซียมในปริมาณมากกว่าคนปกติ เช่น เด็ก หญิงตั้งครรภ์ สตรีสัยหมดประจำเดือน ผู้สูงอายุ และจากการวิจัยไม่นานมานี้ พบว่า แคลเซียมอาจช่วยป้องกันภาวะความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย
ตัวอย่างของน้ำแร่ชนิดนี้ได้แก่ น้ำแร่ยี่ห้อ Evian, Badoit เป็นต้น
     น้ำแร่แมกนีเซียม (Magnesium water) มีปริมาณแมกนีเซียม > 50 มิลลิกรัมต่อลิตร
 การมีแมกนีเซียมในน้ำแร่สูงจะช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดี เนื่องจากมีผลในการทำให้ Oddi sphincter คลายตัว
     น้ำแร่ฟลูออเรด(Fluorate water) มีปริมาณฟลูออไรด์ > 1 มิลลิกรัมต่อลิตร
     น้ำแร่เหล็ก(Ferrous water) มีปริมาณเหล็กเฟอรัส > 1 มิลลิกรัมต่อลิตร
ช่วยบรรเทาอาการในภาวะโลหิตจากที่เกิดจากการขาดธาตุเหล็ก และใช้ในภาวะไฮโปธัยรอยด์
     น้ำแร่โซเดียม(Sodium water) ปริมาณ โซเดียม> 200 มิลลิกรัมต่อลิตร
     น้ำแร่เกลือต่ำ(Low-salt water) ปริมาณ โซเดียม < 20 มิลลิกรัมต่อลิตร
     น้ำแร่คาร์บอร์นิค (Carbonic waters) มักใช้ในการอาบ และบรรเทาอาการของหลอดเลือดส่วนปลาย
วิธีดื่มน้ำแร่ ควรทำอย่างไร ?
 
     วิธีดื่มน้ำแร่แบ่งได้ 2 วิธี คือ
         1. การดื่มน้ำแร่ปริมาณมากในระยะเวลาสั้นๆ (Water loading) คือ การดื่มน้ำปริมาณ 1 ลิตร ภายใน 30 นาที
ขณะท้องว่าง ซึ่งการดื่มน้ำแร่วิธีนี้จะใช้กับน้ำแร่ชนิดที่หวังผล เช่น เพื่อขับนิ่วออกจากร่างกาย วิธีนี้ไม่ควรดื่มก่อนนอน
เนื่องจากจะทำให้ต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำในช่วงกลางคืน
         2. การดื่มแบบทยอยในปริมาณไม่สูง (Subdivided doses) คือ การดื่มน้ำแร่ปริมาณ 500 มิลลิลิตร
และ ตามด้วยน้ำแร่ 10 มิลลิลิตรต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยจิบน้ำครั้งละน้อยขณะอ่อนเพลีย หรือขณะเดิน หรือพร้อมมื้ออาหาร
          สำหรับนักกีฬา ควรดื่มน้ำแร่ที่มีปริมาณเกลือแร่น้อยถึงปานกลาง ตลอด 2 ชั่วโมงก่อนการแข่งขัน โดยดื่ม 100-150 มิลลิลิตร
ทุก 15-20 นาที และดื่ม 400-500 มิลลิลิตร 15 นาทีสุดท้ายของชั่วโมงที่ 2 หลังการอบอุ่นร่างกาย ระหว่างการแข่งขัน
ควรดื่ม 200-250 มิลลิลิตร ทุก 15-20 นาที โดยปริมาณของเหลวที่ดื่มเข้าร่างกายหลังแข่งขันหรือเล่นกีฬานั้น
ควรมีปริมาณร้อยละ 150 ของน้ำหนักตัว ซึ่งปริมาณของเหลวที่บริโภคโดยทั่วไป คือ 50 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
ใครไม่ควรดื่มน้ำแร่  ?
     
      ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ประโยชน์จากน้ำแร่ หากดื่มไปโดยไม่ระวังอาจเป็นผลเสียต่อร่างกายได้ แล้วใครกัน...ที่ไม่ควรดื่มน้ำแร่? 

ชนิดของน้ำแร่ ผู้ที่ไม่ควรดื่มน้ำแร่

1.น้ำแร่ - ผู้ที่บวมน้ำ ผู้ป่วยโรคไต ผู้ที่มีการทำงานของหัวใจไม่ดี
2.น้ำแร่ที่มีปริมาณโซเดียมสูง - ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
3.น้ำแร่เกลือโซเดียมคลอไรด์ (Sodium chloride waters) - ผู้ที่มีการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารปริมาณมาก
แผลในกระเพาะอาหารและความดันโลหิตสูง
4.น้ำแร่ซัลเฟอร์ (Sulfurous waters) - ผู้ป่วยที่มีโรคทางระบบทางเดินหายใจที่มีภาวะหลอดลมหดเกร็ง
5.น้ำแร่ไบคาร์บอเนต (Bicarbonate waters) - ผู้ป่วยที่มีภาวะ gastric hypochilia
6.น้ำแร่ซัลเฟต (Sulfate waters) - ผู้ป่วยที่มีโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหารและมีแผลในทางเดินอาหาร
แหล่งที่มา : http://women.thaiza.com/มารู้จักน้ำแร่กันเถอะ-/189116/

ดูรายละเอีดเพิ่มเติม ที่   health.cbpmall.com และ 
www.facebook.com/cbphealth   สนใจคลิ้กเลย


0 ความคิดเห็น: